บทที่ 18 Chapter 3 แค่อยากคุยด้วย [4/6]
“เป็นอะไรไป เห็นเงียบตั้งแต่ออกจากหอสมุดแล้ว” ไวน์ถามน้องสาวขณะที่กำลังขับรถ
“หิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวแล้ว รีบขับเร็ว ๆ เลย” วีว่าพูดด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจ
“สั่งจัง แม่ยังไม่สั่งขนาดนี้เลย”
“เลี้ยงหนัง เลี้ยงเค้กด้วย” ...ถือว่าเป็นการลงโทษที่ไวน์ว่าน้องสาวที่น่ารักอย่างเธอ
“กินข้าวให้หมดก่อนเถอะที่จะร้องกินอย่างอื่นน่ะ”
“ก็กินข้าวก่อน ไปดูหนัง พอหนังจบก็ออกมากินเค้กไง” วีว่าวางแผนเสร็จสรรพ
เมื่อรับประทานอาหารจนอิ่มแล้วไวน์กับวีว่าก็เดินมายังโรงหนังที่อยู่ชั้นสูงสุดของห้างสรรพสินค้าใกล้กับมหาวิทยาลัย วันนี้เป็นวันหยุดดูเหมือนคนจะเยอะว่าปกติ สองพี่น้องเลือกดูหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีภาคต่อมาแล้วสองภาค ไวน์จัดการจ่ายค่าตั๋วหนังโดยไม่สนใจว่าน้องสาวของเขาจะไปไหน เมื่อได้ตั๋วหนังแล้วไวน์ก็กวาดสายตาหาร่างเล็กของวีว่า เธอกำลังเดินถือป็อปคอนกับน้ำอัดลมมาทางเขา ภาพนี้ทำให้ไวน์ต้องส่ายศีรษะอย่างอ่อนใจ
“จะกินเค้ก แต่ก็ยังซื้อป๊อปคอน?” ไวน์ขมวดคิ้วถาม
“แหะ ๆ หนังตั้งสองชั่วโมงกว่าเลยนะ มันจะหิวเอาได้นะ” วีว่าตอบพร้อมกับยิ้มแหยะ ๆ เหตุผลของเธอนี่ช่างเหมือนการเอาสีข้างไปแถกับผนังปูนหยาบเสียจริง ...ถลอกหมดแล้วมั้งน่ะ
“แล้วเอาตังค์ที่ไหนซื้อ?”
“ในกระเป๋าพี่ไวน์ไง” วีว่าตอบเสียงใส
“ฮึ่ม!”
“ไม่ได้เหรอ?” วีว่าทำตาปริบ ๆ ราวกับลูกแมวกำลังโดนแกล้ง
“เฮ้อ... ไปดูหนังเถอะ” ไวน์ตวัดแขนเกี่ยวคอน้องสาวแล้วลากไปอย่างไม่สนใจว่าป็อปคอนจะหก
ทำไมเขาต้องเกิดเป็นพี่ด้วยนะ เขาน่าจะเป็นน้องดีกว่า เอาแต่ใจก็ไม่มีใครว่า จะทำอะไรก็ไม่มีใครดุ เป็นพี่นี่เสียเปรียบเยอะกว่าด้วย ยิ่งมีน้องอย่างวีว่าไวน์ยิ่งรู้สึกอยากลาออกจากการเป็นพี่เสียวันละหลาย ๆ รอบ
“หึ แล้วเราจะได้เจอกัน ...วีว่า”
โรมพึมพำกับตัวเอง ดวงตาคมจ้องมองสองหนุ่มสาวที่กำลังเดินเข้าไปในโรมหนัง แบบนี้สินะถึงไม่ยอมกลับมาหาเขา แต่ของของโรมใครจะหยิบไปใช้พร่ำเพรื่อไม่ได้ ถึงแม้จะดูเห็นแก่ตัวเกินไปก็ตามเขาต้องทำให้วีว่ากลับมาหาเขาให้ได้ ...เพราะเธอเป็นของเขาเพียงผู้เดียว
.
@ Mama’ s café
เวลาบ่ายคล้อยของวันไวน์จอดรถเทียบฟุตบาทหน้าร้านคาเฟ่เล็ก ๆ แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนเป็นกระท่อมในสวนของชาวอังกฤษ บริเวณรอบถูกจัดตกแต่งเป็นสวนแบบอังกฤษ ร่มรื่น และสามารถถ่ายรูปได้ทุกมุมเหมือนเป็นบรรยากาศต่างประเทศ
“สวัสดีค่ะป้านิ่ม/สวัสดีครับ” วีว่าและไวน์ยกมือไหว้ป้านิ่ม แม่ของพะพาย
“อ้าว หนูไวน์ หนูวีว่าไปไงมาไงถึงมาที่ร้านได้เนี่ย?” ทั้งสองเคารพป้านิ่ม และป้านิ่มก็เอ็นดูเด็กทั้งสองคนเหมือนลูกหลานแท้ ๆ ทุกคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เนื่องจากรั้วบ้านติดกัน
“อยากกินเค้กน่ะค่ะ พี่ไวน์บอกร้านนี้เค้กอร่อย” วีว่าพูดด้วยรอยยิ้ม
“นี่ พอดีเลย ยัยพายพึ่งอบเค้กชาไทยเสร็จพอดีเลย” ป้านิ่มถือโอกาสแนะนำไปในตัว
“งั้นหนูเอาหนึ่งชิ้นค่ะ แล้วก็นมสดปั่นเพิ่มวิปค่ะ” วีว่าเอ่ยขึ้น
“แล้วพี่ไวน์จะทานอะไรคะ?” พะพายถามชายหนุ่มอีกคนที่ยืนกอดอกมองเธออยู่ก่อนแล้ว
“มอคค่าร้อนแล้วกัน”
“ค่ะ วีเลือกโต๊ะเลยนะ เดี๋ยวพายยกไปให้” พะพายรับคำก่อนจะหันไปพูดกับวีว่า
“โอเคจ้า งั้นวีนั่งโต๊ะนี้แล้วกัน” วีว่าชี้ไปที่โต๊ะใกล้ ๆ กับเคาน์เตอร์
“จ๊ะ” พะพายรับด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินเลี่ยงไปหลังร้านเพื่อทำฮันนี่โทสให้กับลูกค้า
“พี่ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”
เมื่อเห็นว่าคนที่อยากเจอเดินไปแล้ว ไวน์จึงบอกกับน้องสาวของเขา ซึ่งเธอก็แอบมองตามหลังพี่ชายก่อนจะพยักหน้าอย่างรู้ทัน สงสัยเธอต้องทำอะไรสักอย่างเสียแล้ว แต่แทนที่จะเดินไปห้องน้ำอย่างที่เขาบอก ไวน์กลับเดินมาในห้องครัวของร้าน เขามองคนตัวเล็กทาเนยลงบนขนมปังก้อนใหญ่แล้วส่งเข้าเตาอบ ร่างเล็กหมุนตัวกลับมาก็พบคนตัวสูงกำลังยืนจ้องเธออยู่
“พี่ไวน์มีอะไรหรือเปล่าคะ?” พะพายถามแล้วเธอจึงลงมือหั่นผลไม้สามสี่ชนิดที่เตรียมไว้
“พายโกรธอะไรพี่หรือเปล่า?” ไวน์ถามออกไปตรง ๆ เขาไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เอามาก ๆ เหมือนเธอมีอะไรบางอย่าง แต่ไม่ยอมพูดออกมามันทำให้ไวน์ทำตัวไม่ถูก
“เปล่านี่คะ ทำไมพี่ไวน์ถึงคิดแบบนั้น?” พะพายไม่ได้เงยหน้ามองเขาในขณะที่ถามกลับ
“ก็... พี่รู้สึกว่าพายไม่เหมือนเดิม”
“คิดมากไปแล้วค่ะ” เธอยิ้มพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ ราวกับมันเป็นเรื่องตลก
“พรุ่งนี้กลับยังไง? ให้พี่ไปส่งไหม?” ชายหนุ่มเสนอ
“เดี๋ยวพายให้พี่เมฆไปส่งค่ะ”
แต่ดูเหมือนพะพายจะตัดความหวังของเขาเสียแล้วเขายืนมองเธอหยิบจับทุกอย่างด้วยความเพลิดเพลินอยู่นานจนพะพายทำฮันนี่โทสใกล้เสร็จ
“ยังใช้เบอร์เดิมอยู่ใช่ไหม?” ไวน์ตัดสินใจถามไปในที่สุด
พะพายร่อนน้ำตาลไอซิ่งสีขาวลงไปก่อนจะถามกลับ “ทำไมเหรอคะ?”
“พาย ออเดอร์โต๊ะ 2 ได้หรือยัง?” เสียงจากหน้าร้านดังขึ้น
“ได้แล้วค่ะ” พะพายตอบกลับเสียงดังก่อนจะหันมายิ้มให้เขา “พายขอตัวนะคะ”
พะพายยกฮันนี่โทสผ่านหน้าเขาไปแล้ว เธอทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่หัวใจเต้นอย่างบ้าครั่งทุกครั้งที่เจอเขา ชายหนุ่มมองคนตัวเล็กที่หนีไปโดยไม่ตอบคำถามอย่างไม่เข้าใจ
